โรคโปลิโอคืออะไร

โรคโปลิโอ หรือ ไข้ไขสันหลังอักเสบ (Poliomyelytis) เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานแก่เด็กทั่วโลก ซึ่งมีผู้ป่วยในอดีตมากกว่า 350,000 รายต่อปี เนื่องจากก่อให้เกิดความพิการ ขา หรือ แขนลีบ และเสียชีวิต

โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ single-stranded RNA virus ไม่มีเปลือกหุ้ม จัดอยู่ใน Family Picornaviridae, Genus Enterovirus มี 3 ทัยป์ คือ ทัยป์ 1, 2 และ 3 โดยเชื้อจะอาศัยอยู่ในลำไส้และจะถูกขับถ่ายออกมากับอุจจาระของผู้ป่วย และจะมีการติดเชื้อเฉพาะในคนเท่านั้น โรคโปลิโอสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่มีใช้ทั่วโลกมี 2 ชนิด คือ 

1. วัคซีนโปลิโอชนิดรับประทาน (Oral Poliomyelitis Vaccine: OPV, Sabin) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (attenuated live oral poliomyelitis vaccine) สายพันธุ์ Sabin คิดค้นโดย Albert Bruce Sabin ชาวอเมริกัน เมื่อปี พ.ศ. 2504 วัคซีนประกอบด้วยเชื้อ

ไวรัสโปลิโอ 3 ทัยป์ คือ ทัยป์ 1, 2 และ 3 ให้วัคซีนโดยการรับประทานเป็นการเลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เยื่อบุลำคอและลำไส้ของผู้รับวัคซีน และสามารถแพร่เชื้อวัคซีนไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้สัมผัสใกล้ชิดได้อีกด้วย ปัจจุบันวัคซีนโปลิโอชนิดรับประทานนี้นับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการกวาดล้างโรคโปลิโออย่างยิ่ง เพราะสามารถป้องกันและกำจัดเชื้อโปลิโอสายพันธุ์ก่อโรคได้เป็นอย่างดี มีราคาถูกและมีวิธีการให้วัคซีนง่าย แต่มีข้อเสีย คืออาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงคล้ายโรคโปลิโอ (Vaccine Associated Paralytic Polio: VAPP) ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก ประมาณ 1 ใน 2.7 ล้านโด้ส หรืออาจเกิดการกลายพันธุ์ (Vaccine Derive Polio Virus: VDPV) จนก่อโรคได้ในพื้นที่ที่มีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนต่ำ

2. วัคซีนโปลิโอชนิดฉีด (Inactivated Poliomyelitis Vaccine: IPV, Salk) เป็นวัคซีนที่ทำจากเชื้อไวรัสโปลิโอที่ตายแล้ว (kill vaccine) คิดค้นโดย Jonas Edward Salk ชาวอเมริกัน เมื่อปี พ.ศ. 2498 วัคซีนชนิดนี้ประกอบด้วยเชื้อโปลิโอ 3 ทัยป์ ให้วัคซีนโดยการฉีด ในปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้วัคซีนโปลิโอในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยให้วัคซีน OPV 5 ครั้ง เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน 1 ปีครึ่ง และ 4 ปี และให้วัคซีน IPV 1 ครั้ง เมื่ออายุ 4 เดือน เนื่องจากโรคโปลิโอเป็นโรคติดต่อร้ายแรง สร้างความสูญเสียทั้งทางร่างกาย และเศรษฐกิจ นานาประเทศทั่วโลกจึงได้ดำเนินโครงการกวาดล้างโรคโปลิโอ ในปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา จนปัจจุบันพบผู้ป่วยโปลิโอลดลงเป็นอย่างมาก โดยพบเพียงผู้ป่วยโรคโปลิโอที่เกิดจากไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ก่อโรคตามธรรมชาติ ทัยป์ 1 (Wild Poliovirus Type 1: WPV1) ใน 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศปากีสถาน และ

อัฟกานิสถาน เพียง 11 ราย เท่านั้น และในปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2558) พบผู้ป่วย 74 ราย โดยพบผู้ป่วยโรคโปลิโอที่เกิดจาก WPV2 รายสุดท้ายที่ประเทศปากีสถานเมื่อ พ.ศ. 2542 และ WPV3 พบรายสุดท้ายที่ประเทศไนจีเรียเมื่อ พ.ศ. 2555 สำหรับประเทศไทยได้ร่วมมือดำเนินโครงการกวาดล้างโปลิโอกับนานาประเทศทั่วโลกทั้ง 4 มาตรการ อย่างต่อเนื่อง คือ

1. การรักษาระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนโปลิโอในเด็กอายุ 1 ปี ครบ 3 ครั้ง (OPV3) มากกว่าร้อยละ 90 ในทุกพื้นที่

2. การเฝ้าระวังผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Acute Flaccid Paralysis: AFP) มากกว่าหรือเท่ากับ 2 ต่อแสนประชากรอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเก็บอุจจาระ 2 ตัวอย่างภายใน 14 วัน

หลังเริ่มมีอาการ AFP

3. การสอบสวนโรคทุกรายภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากพบผู้ป่วย AFP ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และการควบคุมโรคในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากพบผู้ป่วย AFP ไมต่ำกว่า

ร้อยละ 90

4. การรณรงค์ให้วัคซีนโปลิโอเป็นมาตรการเสริมในพื้นที่เสี่ยง

อ่านต่อ..........(ข้อมูลอ้างอิงจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)